ทำความรู้จักกับปูนซีเมนต์และประเภทการใช้งาน

ปูนซีเมนต์ เป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างที่ถือว่ามีความสำคัญมาก สิ่งปลูกสร้างเกือบทุกประเภทในทุกวันนี้ ล้วนแต่มีความจำเป็นต้องใช้ปูนซีเมนต์ทั้งนั้น และในหัวข้อนี้ ก็จะมาแนะนำให้รู้จักกับปูนซีเมนต์ชนิดต่างๆให้มากขึ้น

ปูนซีเมนต์แต่ละประเภทกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

โดยทั่วไปแล้ว ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานปลูกสร้างต่างๆ เช่น บ้าน อาคาร สะพาน ถนน ก็จะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ประเภท หลักๆ ดังต่อไปนี้

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ลักษณะเป็นปูนต์ซีเมนต์พื้นฐานแบบธรรมดา ถ้าอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนก็คือ ปูนแบบสแตนดาร์ด สำหรับทำการก่อสร้างบ้านเรือน อาคารทั่วไป มีจำหน่ายตามท้องตลาดเป็นถุงสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน และมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 2 หรือปูนซีเมนต์ชนิดดัดแปลง คุณสมบัติเฉพาะคือ มีความทนทานต่อซัลเฟตระดับปานกลาง เหมาะกับการใช้งานก่อสร้างประเภท โครงสร้างขนาดใหญ่ และไม่อยู่ในพื้นที่โดนน้ำเค็มหรือน้ำทะเลมากเกินไป เช่น งานก่อสร้างเขื่อนขนาดเล็ก ตอม่อสะพาน เป็นต้น

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 3 เป็นปูนซีเมนต์แบบแข็งตัวเร็ว ซึ่งเนื้อปูนจะมีความละเอียดสูงเป็นพิเศษ เหนียวลื่น ยึดเกาะอิฐได้ค่อนข้างดีกว่าประเภทอื่น ไม่แตกร้าวง่ายๆ  ทำให้เหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องการความรวดเร็วมากกว่าปกติ เช่น การก่อสร้างเสาเข็ม และ พื้นสำเร็จรูป

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 4 เป็นปูนซีเมนต์ที่มีความร้อนต่ำ เหมาะกับการใช้ในงานก่อสร้างเฉพาะด้านเท่านั้น โดยเฉพาะงานที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งผู้ดูแลรับผิดชอบก็ต้องมีความชำนาญมากด้วย เช่น งานก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 5 หรือ ปูนซีเมนต์ชนิดต้านทานซัลเฟตได้สูง เหมาะกับการใช้งานสิ่งปลูกสร้างในน้ำและในทะเล  เช่น ตอม่อ หรือ ถนนคอนกรีตขนาดใหญ่ใกล้ชายทะเล เป็นต้น

 

นอกจากนี้ จากข้อมูลในเว็บไซต์ Hicem ก็ยังได้กล่าวถึง ปูนซีเมนต์ชนิดอื่น ที่มีขายตามท้องตลาดเช่น ปูนซีเมนต์ซิลิกา ปูนซีเมนต์ขาว ซึ่งแต่ละชนิดก็เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากมีความสนใจเรื่องนี้ และต้องการทราบข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง  เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงาน หรือช่วงพักจากการ เล่นเกมบนเว็บไซต์ 12bet เล่นอินเตอร์เนตแล้ว ก็สามารถไปศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับปูนซีเมนต์เพิ่มเติมได้

สูตร คำนวณหาปริมาณคอนกรีตผสมเสร็จ อย่างง่าย

การใช้บริการเทคอนกรีตผสมเสร็จหรือการซื้อขายคอนกรีต มีหน่วยเรียกคอนกรีตเป็น “คิว” จำนวนคิว หรือชื่อทางเทคนิค คือ “ลูกบาศก์เมตร” มักพบในศัพท์ช่าง วิศวะ หรือ ผู้ซื้อ/ผู้ขาย ว่า ใช้คอนกรีตกี่คิว ปริมาณคอนกรีตผสมเสร็จกี่คิว หรือ จำนวนคอนกรีตที่ต้องใช้กี่คิว หากต้องการใข้เทพื้นคอนกรีต พื้นซีเมนต์ สำหรับบ้าน อาคาร โรงงาน หรือโกดัง ก็ต้องทราบว่าพื้นที่ใช้หรือปริมาณคอนกรีตที่ใช้ทั้งหมดกี่คิว ซึ่งการหาปริมาณคอนกรีตผสมเสร็จสำหรับงานเทและหล่อเสา เทคาน ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะสามารถใช้สูตรที่ตายตัวในการคำนวณหาปริมาณคอนกรีตที่ต้องใช้ได้เลย โดยมีสูตร ดังนี้

สูตรการหาปริมาณคอนกรีต สำหรับเทพื้น
การหาปริมาณคอนกรีตผสมเสร็จว่าต้องใช้กี่คิวต่อพื้นที่1ตารางเมตร สูตรหาปริมาณคอนกรีตเทพื้น

สูตรการหาปริมาณคอนกรีต สำหรับเทเสา

คอนกรีตผสมเสร็ตหล่อเสา คำนวณหาปริมาณคอนกรีตเทเสา 1คิวเทคอนกรีตได้กี่ตารางเมตร

สูตรการหาปริมาณคอนกรีต สำหรับเทคาน

สูตรคำนวณหาปริมาณคิวคอนกรีต ที่ใช้เทคาน คอนกรีต1คิว เทได้กี่ตารางเมตร อ่านเพิ่มเติม

ป้องกันปัญหาการกร่อนหรือหลุดร่อนของผิวคอนกรีต

การเกิดการหลุดร่อนของคอนกรีตเกิดได้หลายสาเหตุ (สามารถศึกษาสาเหตุเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ข้อแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคอนกรีตหลุดร่อน

1.ควบคุมค่ายุบตัวคอนกรีตที่เทพื้น ไม่ควรเกิน 10 ซม. ไม่ทำการเพิ่มค่ายุบตัวของคอนกรีต โดยการเติมน้ำเพิ่มลงในคอนกรีตที่หน้างานอีก โดยหากต้องการเพิ่มค่ายุบตัวให้มากกว่า 10 ซม. ควรใช้น้ำยาลดน้ำประเภท Superplasticizer

2. ไม่ควรทำการแต่งผิวหน้าในขณะที่ยังมีการเยิ้มที่ผิวหน้าของคอนกรีต เพราะจะเป็นการทำให้น้ำที่กำลังจะลอยขึ้นมาที่ผิวหน้าถูกกักกลับไปใต้ผิวคอนกรีตอีก ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการดึงฝุ่นและทรายขึ้นมาอยู่ที่ผิวหน้าอีกด้วย

3. ห้ามสาดปูนซีเมนต์ผง เพื่อดูดซับน้ำที่เยิ้มบนผิวหน้าคอนกรีต แต่ถ้าต้องการเอาน้ำที่เยิ้มออกไปจากผิวหน้าคอนกรีตก็ให้ใช้สายยางดูดออก หรือใช้ที่ปาดน้ำทำการปาดน้ำที่อยู่ที่ผิวหน้าคอนกรีตแทนการสาดปูนซีเมนต์ผง

4. ทำการบ่มคอนกรีตทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการแต่งผิวหน้าและคอนกรีตเริ่มแข็งตัว โดยทำการบ่มอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของคอนกรีตและโครงสร้าง อาจใช้ได้หลายวิธี เช่น การบ่มโดยใช้วัสดุอุ้มน้ำคลุมแล้วฉีดน้ำให้ชุ่ม, ฉีดน้ำให้เปียกชื้น หรือใช้แผ่นพลาสติกคลุม เป็นต้น สำหรับงานที่ต้องการความสวยงามของพื้นผิวควรหลีกเลี่ยงการบ่มโดยการคลุมด้วยกระสอบหรือทราย เนื่องจากอาจจะทิ้งคราบตกค้างอยู่บนพื้นผิวคอนกรีตหลังจากการบ่มได้ อ่านเพิ่มเติม

สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตหลุดร่อน

การกร่อนหรือหลุดร่อนของผิวหน้าคอนกรีต

การกร่อนของคอนกรีตหรือผิวหน้าของคอนกรีตหลุดร่อนนั้น เป็นเรื่องที่พบกันบ่อย สามารถเกิดได้จากคอนกรีตเทพื้นใหม่ๆ หรือพื้นคอนกรีตที่ใช้ไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกินการกร่อนหรือหลุดร่อนนั้น มีดังนี้

การกร่อนหรือหลุดร่อนของผิวหน้าคอนกรีต การกร่อนของคอนกรีตหรือผิวหน้าของคอนกรีตหลุดร่อนนั้น เป็นเรื่องที่พบกันบ่อย สามารถเกิดได้จากคอนกรีตเทพื้นใหม่ๆ หรือพื้นคอนกรีตที่ใช้ไปแล้วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกินการกร่อนหรือหลุดร่อนนั้น มีดังนี้

1.การเลือกใช้คอนกรีตไม่ถูกกับประเภทของงาน เช่น เลือกใช้คอนกรีตที่มีกำลังอัดต่ำเกินไปและมีความสามารถรับการขัดสีได้น้อย (ดู ตัวอย่างการเลือกกำลังคอนกรีต(ข้อ3))

2.มีปริมาณน้ำในส่วนผสมคอนกรีตที่มากเกินไปหรือมีการเติมน้ำที่หน้างาน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเยิ้มขึ้นที่ผิวหน้าคอนกรีต ซึ่งการเยิ้มของน้ำที่มากไปนั้นจะนำน้ำและส่วนละเอียดต่างๆ ลอยขึ้นมาอยู่ที่ผิวหน้าของพื้นคอนกรีต ส่งผลให้ผิวหน้าไม่แข็งแกร่ง อ่านเพิ่มเติม

วิธีการแก้ไขคอนกรีตเป็นโพรงแบบรังผึ้ง และสาเหตุการเกิดโพรงรังผึ้งกับคอนกรีต

คอนกรีต กับการเป็นโพรงแบบรังผึ้ง (Honeycombing) การเป็นโพรงของคอนกรีตที่มีลักษณะคล้ายรังผึ้งโดยมากมักจะเกิดบนผิวหน้าของคอนกรีตที่เทโดยมีแบบปิด เช่น ด้านข้างของคาน เสา หรือผนัง

สาเหตุของการเกิดผิวหน้าคอนกรีตเป็นโพรงแบบรังผึ้ง

สาเหตุหลักๆ มักจะเกิดจากการอัดแน่นคอนกรีตไม่ดีพอ ทำให้มอร์ต้าไม่สามารถไปอุดช่องว่างระหว่างเม็ดหินได้ทั้งหมด หรืออาจเกิดจากแบบหล่อคอนกรีตแตกหรือมีรูรั่วเมื่อเทคอนกรีตไปแล้วทำให้ส่วนละเอียดไหลออกไปได้ หรือในบางกรณีอาจเกิดจากรูปร่างของแบบหล่อ จำนวนและระยะห่างของเสริมเหล็กที่ไม่เหมาะสมจนยากต่อการจี้เขย่าคอนกรีตก็เป็นสาเหตุของการเกิดผิวหน้าคอนกรีตเป็นโพรงแบบรังผึ้งที่พบได้บ่อยเช่นกัน

คอนกรีตเป็นโพรงพรุ่นเหมือนรังผึ้ง สาเหตุของการเกิดผิวหน้าคอนกรีตเป็นโพรงแบบรังผึ้ง

สรุปคือ สาเหตุการเกิดโพรงแบบรังผึ้งในผิวคอนกรีตหรือเนื้อคอนกรีต อาจเกิดจาก…

– ส่วนผสมของคอนกรีตทีทรายน้อยเกินไป ไม่เพียงพอไปอุดตามช่องว่าง
– ค่าการยุบตัวของคอนกรีตไม่เหมาะสมกับงาน เช่น การเทคอนกรีตในแบบแคบๆ ถ้าค่าการยุบตัวสูงก็จะทำให้หินไปกองรวมกันได้ แต่ถ้าค่ายุบตัวต่ำก็จะทำให้เนื้อคอนกรีตแน่นได้ยาก
– ทำคอนกรีตให้แน่นได้ไม่ดีพอ
– ใช้เวลาผสมคอนกรีตน้อยเกินไป
– เหล็กเสริมชิดแบบเกินไปหรือหินที่ใช้มีขนาดโตเกินไป
– แบบแตกหรือรั่ว ทำให้ส่วนละเอียดไหลออกไปได้ อ่านเพิ่มเติม

คอนกรีตประเภทใด สามารถทนต่อการกัดกร่อนของกรดได้ (Acid Attack)

ในปัจจุบัน ไม่มีคอนกรีตชนิดไหนสามารถต้านท้านการกัดกร่อนโดยกรดได้ เนื่องจาก…

การกัดกร่อนโดยกรด (Acid Attack)

การกัดกร่อนโดยกรด คอนกรีตจะเกิดความเสียหายในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด โดยของเหลวที่มี pH ต่ำกว่า 6.5 และหาก pH ต่ำกว่า 4.5 ก็จะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงมาก ตัวอย่างของกรดที่สามารถกัดกร่อนคอนกรีตอย่างรุนแรงคือ กรด Carbonic, Hydrochloric, Hydrofluoric, Nitric, Phosphoric, Acetic, Citric, Formic, Humic, Lactic และ Tannic

การกัดกร่อนคอนกรีต Acid Attack คอนกรีตผสมเสร็จ

ซึ่งจากส่วนหนึ่งของการทดลองในห้องปฎิบัติการของ CPAC ได้ทำการทดลองโดยการหล่อคอนกรีตส่วนผสมต่างๆ แล้วนำไปแช่กรด Acetic เข้มข้น มีค่า pH ประมาณ 3.0 ทำการแช่กรดนาน 6 เดือน พบว่าคอนกรีตมีความเสียหายทางกายภาพอย่างชัดเจน จึงตอบคำถามข้อนี้ได้เป็นอย่างดีว่า ในขณะนี้ยังไม่มีคอนกรีตชนิดใดที่สามารถต้านทานการกัดกร่อนของกรดได้ โดยที่ไม่เกิดความเสียหายกับคอนกรีตเลย จะมีก็เพียงแต่คอนกรีตที่สามารถยืดอายุของคอนกรีตที่ต้องสัมผัสกับกรดให้ยาวนานยิ่งขึ้นจากเดิมเท่านั้น อ่านเพิ่มเติม

การเทพื้นคอนกรีตทับพื้นซีเมนต์เก่าภายในบ้าน

การเทคอนกรีตผสมเสร็จทับพื้นคอนกรีตซีเมนต์เดิม ภายในบ้าน

การเทคอนกรีตผสมเสร็จ หรือ การเทพื้นคอนกรีต พื้นซีเมนต์ ที่ต้องการเทพื้นบ้านใหม่หรือเททับพื้นซีเมนต์ที่ชำรุด แตก หรือพื้นที่อาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป และต้องการยกระดับพื้นที่จะเทใหม่ให้สูงขึ้นอีก แต่การที่จะเทปูนทรายหรือเทคอนกรีตทับผิวเก่าเลยทันทีนั้น อาจทำให้คอนกรีตที่เทไปใหม่นั้นจะหลุดออกมาภายหลังหรือไม่จำพื้นผิว จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าดำเนินการต่อ แต่จริงๆแล้วการเทคอนกรีตทับพื้นผิวเดิมนั้นไม่หน้ากลัวขนาดนั้น

concrete การเทพื้นคอนกรีตับพื้นคอนกรีตซีเมนต์เดิม

สำหรับการที่จะเทพื้นคอนกรีตใหม่ทับลงไปนั้น ควรเตรียมพื้นเก่าให้สามารถประสานกันกับพื้นที่เทไปใหม่ได้เสียก่อน โดยใช้เครื่องมือที่มีความคม เช่น สกัด ชะแลง ขวานหรือหัวค้อนเก่า ๆ กระทุ้งหรือสกัดผิวพื้นเก่าให้ผิวแตกออก หรือเป็นหลุมเล็กบ้างใหญ่บ้าง ห่างกันประมาณ 5-10 เซนติเมตร ตลอดทั้งหน้าของพื้นเก่า แม้ว่าหน้าของพื้นจะมีส่วนแตกก็ให้ปรับด้วยการถมทรายและกระทุ้งให้แน่นเสียก่อนได้ อ่านเพิ่มเติม